2007/Feb/23


โครงสร้างประโยค :
S+has/have+V3


1. การกระทำที่เริ่มต้นในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
A: How long have you had a cold?
เป็นไข้หวัดมานานแค่ไหน
B: I have had a cold for two weeks.
เป็นไข้หวัดมานาน 2 อาทิตย์แล้ว

2. การกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กันในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างอดีตและปัจจุบัน
I have seen that movie three times.
ฉันได้ดูภาพยนต์เรื่องนั้นมา 3 ครั้งแล้ว

3. การกระทำที่เพิ่งสำเร็จ
I have just eaten breakfast.
ฉันเพิ่งทานอาหารเช้าเสร็จ

4. การใช้ present perfect tense กับ for (เป็นเวลา)
She has taught mathematics for ten years.
หล่อนสอนวิชาคณิตศาสตร์มาเป็นเวลา 10 ปี
การใช้
1.ใช้กับเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในอดีต แต่ดำเนินติดต่อเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูดประโยคนั้น
โดยปกริจะมี กลุ่มคำ หรือ ประโยค บอกว่าเหตึการณ์นั้นเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อใด เช่น
since + จุดเริ่มต้นของเวลา
for + จำนวนเวลานับจากเริ่มต้น
ever since ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงบัดนี้
so far เรื่อยมาจนเดี๋ยวนี้ เรื่อยมาจนปัจจุบันนี้
up to now จนบัดนี้ จนกระทั่วเวลานี้
up to the present time จนบัดนี้ จนกระทั่งเวลานี้
He has lived here since 1975.
He has lived here ever since.
He has lived here since then.
He has lived here since his father died.
He has lived here twenty years.
ควรสังเกตว่าหลัง since เป็น point of time คือจุดหนึ่งของเวลา เช่น since eight o'clock, since last week, since 1960, etc. สำหรับหลัง for เป็น period of time คืแป็นช่วงเวลาที่มีความยาวนาน เช่น for ten years, for three hours , for two weeks, etc. อนึ่ง หลัง since เมื่อเป็นประโยคก็จะต้องเป็น ประโยคที่แสดง point of time ซึ่งเป็น past เช่น
He has lived there since htis father died.
เขาอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่บิดาของถึงแก่กรรม
จงเปรียบเทียบ
1.I have taught this class for ten years.
2.I taught this clas for ten years.
1.ผมสอนชั้นนี้มาสิบปีแล้ว บัดนี้ผมก็ยังสอนชั้นนี้อยู่
2.ผมสอนชั้นนี้เป็นเวลาสิบปี แต่บัดนี้ผมไม่ได้ส่อนแล้ว(คืนเคยสอนมาเป็นเวลา 10 ปี แล้วเลิกสอน)

2.ใช้ present perfect แสดงการเคยหรือไม่เคย
มักจะมีคำว่า never , ever, once, twice,... รวมอยู่ด้วยเสมอ
1. Have you ever been to New York City?
คุณเคยไปนครนิวยอร์กไหม
2. Yes, I've been there many times.
ครับ เคยหลายหนแล้ว
3. No, never. I've never been abroad.
ยังครับยังไม่เคยไป ผมยังไม่เคยไปเมืองนอกเลย

3.ใช้ present perfect กับเหตุการณ์ที่เพิ่งจบลงใหม่ ๆ
มักจะใช้คำ just, already(บอกเล่า) หรือ yet (คำถามหรือปฏิเสธ)
1. The train has just arrived.
รถไฟเพิ่มมาถึง
2. The train has alread arrived.
รถไฟมาถึงแล้ว
(=The train has arrived already.)
3. Has the train arrived yet (already)?
รถไฟมาถึงหรือยัง
4. No , not yet.
ยัง ยังไม่มาถึง
หมายเหตุ มีอีกคำหนึ่ง คือ just now ซึ่งอาจมีความหมายได้ 2 อย่าง เมื่อครู่นี้ กับ ขณะนี้
ถ้า just now = เมื่อครูนี้ ใช้กริยา past simple
ถ้า just now = ขณะนี้ ใช้กริยา present perfect
1.I told you about it just now.
ก็ผมบอกเรื่องนั้นเมื่อครูนี้น่านา
2.He has finished his work just now.
(ขณะนี้) เขาเพิ่งจะทำงานของเขาเสร็จ
4.ใช้ present perfect กับเหตุการณ์ซึ่งความจริงจบลงไปแล้ว แต่ใจผู้พูดยังรู้สึกในผลของเหตึการณ์นั้นๆอยู่
1. I have finished the book.
ผมอ่านหนังสือนั้นจบแล้ว
2. I've opened the window.
ผมเปิดหน้าต่างแล้ว
3.The clock has stopped.
นาฬิกาหยุดเสียแล้ว
4. I've seen him before.
ผมเคยพบเขาแล้ว
Active Voice / Passive Voice
ACTIVE VOICE
Many tourists have visited that temple.
นักท่องเที่ยวหลายคนได้ไปเที่ยววัดนั่น


PASSIVE VOICE

That temple has been visited by many tourists.
วัดแห่งนั้นได้รับการเยี่ยมเยือนโดยนักท่องเที่ยวหลายคน



edit @ 2007/03/03 09:09:32

Comment

Comment:

Tweet


Following my own monitoring, millions of persons in the world get the <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/mortgage-loans">mortgage loans</a> from well known creditors. Therefore, there's a good chance to receive a auto loan in every country.
#5 by TravisAudrey (31.184.236.63) At 2011-12-20 03:04,
''
''
งง
งง
งง
#4 by (124.157.128.157) At 2010-06-05 10:27,
#3 by (58.8.205.254) At 2010-02-12 20:39,
#2 by (58.8.205.254) At 2010-02-12 20:36,
#1 by (118.173.206.156) At 2009-12-14 09:12,